Chasing Wisteria Maiden

          “เมื่อกลีบซากุระร่วงโรยและลมส่งท้ายฤดูใบไม้ผลิเริ่มพัดโชยมา ดอกไม้เล็กๆ ที่รวมตัวกันเป็นพวงระย้าคล้ายผลองุ่นเริ่มผลิบานสะพรั่ง ไล่เรียงบนสารพันเฉดสีละลานตาราวกับสวนในความฝัน”

สำหรับเหล่านักเดินทางผู้หลงใหลในความงามของดอกไม้แล้ว การไปชมสวนดอก “วิสทีเรีย” ในฤดูที่บานสะพรั่งที่สุด เป็นหนึ่งในความฝันที่พวกเขาไขว่คว้าไม่ต่างจากการมาชมซากุระในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ เช่นเดียวกับ ฌอน – ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ POEM ผู้ใช้เวลาเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นหลายต่อหลายครั้งตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา เพื่อให้ได้ชมความงามของดอกวิสทีเรีย ก่อนจะหยิบเอาเรื่องราวการตามหาดอกไม้แสนสวยนี้ มาเรียงร้อยเล่าผ่านคอลเลคชั่นเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วง – ฤดูหนาว 2017 ได้อย่างน่าสนใจ

 “Chasing Wisteria Maiden” (“Fuji Musumè”) มองย้อนเรื่องราวของดอกฟูจิ(วิสทีเรีย)ผ่านละครคาบูกิอันเลื่องชื่อ ซึ่งแสดงโดยอีกหนึ่งตำนานแห่งวงการละครคาบูกิอย่าง Bandō Tamasaburō V ที่ว่าด้วยสาวงามผู้ถือดอกวิสทีเรียในภาพวาดโบราณ ผู้กลายมาเป็นหญิงสาวจริงๆ หลังจากถูกจ้องมองโดยชายหนุ่มด้วยความหลงใหล โดยเมื่อพลาดหวังรักจากชายหนุ่มดังกล่าว สาวน้อยวิสทีเรีย (Wisteria Maiden) จึงกลับเข้าไปอยู่ในภาพอีกครั้งโดยไม่กลับออกมาอีก

ฌอนร้อยเรียงเรื่องราวการออกเดินทางตามหาดอกวิสทีเรียของเขาตั้งแต่ที่งานเทศกาล Nakayama O-Fuji Festival ที่ศาลเจ้า Nakayama Kumano ที่เมือง Yanagawa ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมือง Canal City แห่งจังหวัด Fukuoka ที่เกาะ Kyushu เรื่อยมาจนถึง Kawachi Fuji Garden ที่มีอุโมงค์ดอกวิสทีเรียที่โด่งดังที่ Kita Kyushu, วัด Byodo-in อันแสนสงบที่เมือง Uji ทางใต้ของ Kyoto ไล่ขึ้นไปตอนเหนือของภูมิภาค Kanto ที่สวน Ashikaga Flower Park ซึ่งมีต้นวิสทีเรียอายุ 150 ปีที่โด่งดังของจังหวัด Tochigi จนมาเจอ Kameido Tenjin Shrine ชานกรุง Tokyo ที่เป็นแรงบันดาลใจของศิลปินจิตรกรมากมายในสมัย Edo

ฌอนผูกเรื่องราวนี้เข้ากับเข้ากับความหลงใหลในศิลปะวัฒนธรรมของญี่ปุ่น รวมไปถึงวัฒนธรรมการแต่งกาย และนำมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าที่เปี่ยมไปด้วยความหรูหราเป็นผู้หญิงด้วยโครงชุดแบบนาฬิกาทราย ที่เหล่าหญิงสาว POEM ชื่นชอบ

ลายพิมพ์สัญลักษณ์แบบญี่ปุ่นถูกหยิบมาใช้บนคอลเลกชั่นนี้อย่างงดงาม ทั้งดอกวิสทีเรียในแบบภาพเขียนสีน้ำ นกกระเรียน ร่ม ไปจนถึงพัด โดยดีไซเนอร์ใช้เทคนิคการพิมพ์ผ้าลงบนชิ้นแพทเทิร์นที่ตัดแล้ว เพื่อให้ได้จังหวะของลายพิมพ์นอกจากจะสวยโดดเด่นที่สุดแล้ว ยังช่วยเสริมเส้นสายโค้งเว้าของโครงชุดนาฬิกาทรายให้งดงามยิ่งขึ้น

ชิ้นเด็ดของสาว POEM อย่างคอร์เซ็ตสำหรับเวสต์เทรนนิ่ง (waist-training) ก็หยิบยืมดีเทลมาจากผ้าโอบิคาดเอวของชุดกิโมโน เช่นเดียวกับแขนและปกเสื้อแบบกิโมโน รวมไปถึงชายกระโปรงพับปาด ที่ถูกหยิบมาใช้ในชุดเดรสและเสื้อเบลาส์ในแบบที่ไม่ติดกลิ่นอายญี่ปุ่นจนเกินไป

โดยเฉพาะดีเทลที่ดูเหมือนกับการปาดทับของชุดทั้งที่ปกเสื้อและชายประโปรง ซึ่งที่จริงเป็นโครงชุดชิ้นเดียวที่ใช้ลูกเล่นของแพทเทิร์นและการบล็อกผ้าให้ดูเหมือนกับเป็น wrap dress ในโทนสีที่ถอดมาจาดเฉดสีม่วงของดอกวิสทีเรีย ขาว เทา ดำ แดง บนวัสดุหลักของ POEM อย่างผ้าไหมเนื้อละเอียด, ผ้าโพลีเอสเตอร์น้ำหนักดี, ผ้าเครปซาตินที่เป็นเหมือนซิกเนเจอร์ในการตกแต่งเล่นแสงเงาของ POEM มาตลอด 1 ทศวรรษ นอกจากนั้นยังมีการนำผ้ากำมะหยี่เนื้อด้านที่ให้ผิวสัมผัสที่หรูหราสำหรับงานกลางคืน ผสมผสานปรัชญาการสร้างสรรค์เสื้อผ้าด้วยโครงสร้างในแบบตะวันตกเข้ากับแรงบันดาลใจตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

          “ร่วมออกเดินทางตามหาหญิงสาววิสทีเรียไปกับ POEM ได้ในฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2017 นี้”